วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

If these walls could 2


 

หนังสั้น 3 เรื่อง ที่กำกับโดยผู้กำกับ 3 คน บอกเล่าเรื่องราวของเลสเบี้ยน
ในสามยุค สามสมัยที่บังเอิญได้มาพักอาศัย อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน และต้องพบกับ
ความอึดอัดคับข้องใจของสังคมที่มีต่อพวกเธอ

 
อีดิธ (Vanessa Redgrave) เลสเบี้ยนรุ่นใหญ่ที่ต้องทนทุกข์กับการจากไป
ของคนรักและการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่ร่วมสร้างกันมา เพราะครอบครัวของคนรัก
ได้รับสิทธิ์นั้นเต็มที่ตามกฎหมายในขณะที่เธอเป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น

 
เรื่องต่อมาเกิดขึ้นในปี 1972 ลินดา (Michelle Williams)
เลสเบี้ยนสาวเฟมินิสต์ ที่มาตกหลุมรักกับ เอมี่ (Chlom Sevigny)
ในบาร์เลสเบี้ยนแห่งหนึ่ง และนั่นก็เป็นการทลายอคติและยอมรับความเป็นตัวของตัวเองได้

 
เรื่องสุดท้าย ในปี 2000 คู่เลสเบี้ยน ฟราน(Sharon Stone) และแคล(Ellen DeGeneres)
ตั้งใจที่จะมีลูกด้วยกัน แต่ปัญหามากมายที่เกิดขึ้นทำให้พวกเธอ
ต้องกลับมาคิดทบทวนกันอีกครั้งว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่

หนังได้เข้าชิง golden globe award กับ emmy award นำแสดงโดยนักแสดง
ที่มีชื่อเสียงมากมาย หนังน่ารัก อบอุ่น น่าประทับใจ บทเลิฟซีนสวย

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Intimate jisor



หว่าย สาวรุ่นที่ตั้งหน้าตั้งตาขยันทำงานและจริงจังกับงานที่ทำอยู่
เธอรักแฟนหนุ่มของเธอมาก แต่หารู้ไม่ว่าแฟนหนุ่มของเธอปันใจไปรักสาวอื่นเข้าซะแล้ว
จนวันหนึ่งเธอตั้งใจจะกลับไปหาพ่อที่เมืองจีน โดยมีหญิงรุ่นใหญ่ติดตามกลับไปกับเธอด้วย
หว่ายรู้มาว่า สาวใหญ่คนนี้ไม่เคยแต่งงานและยืนกรานจะขอครองโสดไปตลอดชีวิต
เธอจึงพยายามเถียงผู้ใหญ่คนนี้เสมอ

 

เวลาที่เธอโดยติเตียนเรื่องเธอกับแฟนหนุ่ม โดยกล่าวหาว่าสาวใหญ่คนนี้ไม่เคยมีความรัก
จะไปรู้อะไร สาวใหญ่คนนี้ย้อนวันวาน หวนรำลึกไปยังอดีตที่ตนเองยังจำไม่ลืมเลือน
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปี เด็กสาวนามว่า "ฟุน" คนนี้ ถูกที่บ้านบังคับให้แต่งงานหรือเรียกง่ายๆ
ว่าขายลูกสาวให้กับเศรษฐีหนุ่มนั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวไม่เต็มใจ ธอจึงหนีเข้าไป
อยู่ในสำนักที่ชื่อว่า "Ji sor" เป็นสำนักที่มีแต่ผู้หญิงโสด

 

และให้คำมั่นว่าจะไม่แต่งงานในชาตินี้ แต่เรื่องมันไม่จบเท่านั้น เมื่อคนของเศรษฐีตัณหากลับ
รวมไปถึงพ่อของฟุนบุกเข้าสำนักเพื่อหวังจะเอาตัวเธอไปส่งให้เจ้าหนี้
จนสาวเจ้าทนไม่ไหว ยื้อกรรไกรหวังปลิดชีพตัวเองทิ้ง
แต่โชคยังเข้าข้างฟุนเมื่อหญิงสาวเจ้าเสน่ห์อย่าง "หวาน" เข้ามาช่วยเธอไว้
หลังจากวันนั้นมาฟุนก็ยอมพลีกายรับใช้หวานอย่างเต็มใจ โดยทำหน้าที่เป็นคนรับใช้ส่วนตัว
อย่างไม่เป็นทางการนัก "หวาน" เป็นหญิงแกร่ง ที่ถูกแม่ตัวเองบังคับให้ขายตัวตั้งแต่อายุ 13
ซึ่งเธอเองก็ไม่ยี่หระต่อชะตาชีวิตตัวเอง เธอกลายมาเป็นเมียคนที่ 8 ของ "หยิว ชาง"
เศรษฐีหนุ่มเจ้าของโรงปั่นไหม ท่ามกลางความไม่พอใจของเมียอีก 7 คน
 

หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณเชื่อว่า การรอคอยใครคนหนึ่งที่เรารัก และรักเรา
มันคุ้มค่าและมีความหมายแค่ไหน เป็นหนังรักโรแมนติก เพลงเพราะ ซาบซึ้งสะเทือนอารมณ์
เนื้อเรื่องเข้มข้นถือเป็นหนังคุณภาพอีกเรื่องหนึ่ง
ขอขอบคุณ review บางส่วนจาก
http://ayanami2.exteen.com/20070811/the-best-of-y-movie-ji-sor-intimates

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

And then came to lola


เรื่องของโลล่า สาวช่างภาพนักฝัน ฝีมือดีเสียอย่างเดียวสติสตัง
ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ หล่อนเกือบจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก
และหน้าที่การงานอยู่แล้วเชียว แต่ก็ดันเกือบพลาด เพราะนัดสำคัญครั้งแรกในชีวิต
 หล่อนมีโอกาสเพียงแค่สามครั้งเท่านั้นที่จะทำมันให้สำเร็จ










มาเอาช่วยโลล่ากันว่าหล่อนจะทำได้สำเร็จหรือไม่ มาตามดูกันสิว่าที่เธอจินตการไปนั้น
มีอะไรบ้าง ต้องติดตาม หนังเล่าเรื่องโดยมีการผสมผสานการ์ตูนแอนนิเมชั่
เพื่อให้ดูสนุก น่าติดตามยิ่งขึ้น เป็นหนังทอมดี้ที่ดูเพลิน ดูไปขำไป


วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Be with me



เรื่องราวที่อาจทำให้คุณเข้าใจความรักมากขึ้น แบ่งเป็น 3 ส่วนที่เชื่อมกันอย่างบางๆ
ความรักที่ 1 : แจ๊คกี้และแซม เด็กสาวสองคนที่รู้จักกันทางอินเตอร์เนต
ทั้งคู่มีความรู้สึกที่ดีต่อกันและความรู้สึกนั้นมันเกินเลยกว่าคำว่าเพื่อน ทั้งสองไป
เที่ยวด้วยกันและสื่อสารข้อความหวานผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ทุกอย่างดูจะ
เป็นไปได้ด้วยดี แต่แล้วความรักก็ต้องจางหายเมื่อแซมเริ่มเปลี่ยนไป

ความรักที่ 2 : ชาย หนุ่มตัวอ้วน ที่ชีวิตไม่มีดี ร่างใหญ่ ใจปลาซิว เป็นไอ้ขี้แพ้อย่าง
สมบูรณ์แบบ เขากินตลอดเวลาอย่างตะกละตะกราม นี่อาจเป็นช่วงเวลาเดียวที่
เขาแสดงความมีอำนาจส่วนตัว ในฐานะผู้ชนะต่อจานอาหารที่อยู่ตรงหน้า และถึงแม้ว่า
ชีวิตนี้จะไม่มีอะไรดีเลย แต่ชายอ้วนก็อยู่ได้ด้วยความรัก เขาแอบหลงรักหญิงสาวสูงศักดิ์
ที่ทำงานอยู่ในตึกเดียวกัน และเขาเลือกที่จะประกาศความรักผ่านทางจดหมายน้อย

ความรักที่ 3 : ชาย แก่ผู้ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า ด้วยการจากไปอย่างไปหวนกลับ
ของภรรยาสุดที่รัก ผู้ร่วมชีวิติกันมายาวนาน เขารู้สึกว้าเหว่ และอยู่อย่างซังกะตาย

 
Be With Me พูดถึงสังคมแวดล้อมของคน 2 วัย ดังในความรักที่1 คู่เด็กสาววัยรุ่น
ยุคเทคโนโลยีปัจจุบันที่โลกของพวกเขาเป็นส่วนตัวลงไปทุกขณะ (individual)
 ครอบครัวไม่ได้เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเขา เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้
เด็กหมกมุ่นกับตัวเองมากเกินไป จนลืมมองว่าโลกนี้ช่างกว้างนัก
สำหรับแจ๊คกี้ แซมกลายเป็นทุกลมหายใจของเธอ เมื่อขาดแซมเธอเหมือนหายใจไม่ออก 
 แล้วชีวิตก็ไม่มีค่าอีกต่อไป เธอจึงพยายามจะจบมันลง . . . ในขณะที่

ความรักที่ 3 ชาย ชราผู้ซึมเศร้าที่แม้จะเก็บตัวเงียบๆ อยู่ในร้าน แต่เขาก็ยังมีสังคม
มีผู้คนแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้าน หรือชายอ้วนลูกค้าประจำที่ยังทักทายกันเสมอๆ

 Be With Me ดำเนินเรื่องมาอย่างเงียบเชียบ แต่กลับทรงด้วยพลัง . . .   
ความเงียบนี้อาจเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ผู้กำกับจงใจให้ผู้ชม สัมผัส ได้มากขึ้น 
เล่ากันว่าหลังจากที่หนังจบลง ผู้คนในโรงถึงกับลุกขึ้นยืนปรบมือให้หนังนานถึง 5 นาที
ไม่เฉพาะแต่ความเป็น หนังดีเท่านั้น ที่ผู้ชมอุทิศเสียงปรบมือให้ แต่เพราะนี่คือ
หนังที่ทำให้ทุกคนตระหนักว่า เพราะเหตุใด ความรักจึงมีความสำคัญต่อชีวิตนัก

 
** หนังสร้างจากชีวิตจริง เธเรซา เฉิน เหมือนจะเป็นสตรีที่โชคร้ายไม่น้อย 
เธอหูหนวกตั้งแต่อายุ 14 หลังจากนั้นไม่นาน ดวงตาทั้งสองข้างก็ค่อยๆ มืดบอด
จนในที่สุดโลกทั้งใบของเธอก็ตกอยู่ในความมืดและความเงียบ ไม่สามารถได้ยินเสียง
ไม่อาจเห็นภาพใดๆ ได้อีกต่อไป ต่อๆ มาเธอก็เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน เธอตั้งหลักใหม่ 
หยุดเศร้าโศกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว และใช้ชีวิตอย่างมีความหวังพร้อม
จะเปิดรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เดินทางเข้ามาสู่ชีวิต ทำให้เธเรซาผ่านประสบการณ์ชีวิตมา
อย่างโชกโชน ได้ทำหลายสิ่งหลายอย่าง เกินหน้าเกินตาคนที่มีร่างกายสมบูรณ์พร้อม
เธอได้เรียนต่อที่อเมริกา ใช้ชีวิตที่นั่นนานกว่า 10 ปี เธอหัดเต้นรำ ขี่ม้า เล่นสเกตน้ำแข็ง
เคยรับบท จูเลียต ในละครวิทยาลัย เมื่อกลับสิงคโปร์ก็เข้าทำงานเป็นครูในโรงเรียน
สอนเด็กพิการ เท่านั้นยังไม่พอ  ในวัย 61 คุณยายเธเรซายังได้เป็นดารา
รับบทเด่นในหนังชื่อ Be With Me นี้อีกด้วย

เอริก คู พบเธเรซา เฉินครั้งแรกในปี 2003 ที่งานเลี้ยงแต่งงานรายการหนึ่ง
เขาฟังคุณยายเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตของตนเองด้วยความทึ่ง และในที่สุดก็ใช้มัน
เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนบทหนัง เรื่อง Be With Me พร้อมกันนั้นก็เชื้อเชิญ
คุณยายให้มารับบทเป็นตัวเองในหนัง

ขอขอบคุณ review บางส่วนจาก http://jetkeh.exteen.com/
20070130/be-with-me บอกได้คำเดียวว่า หนังเรื่องนี้ ไม่ดูไม่ได้แล้ว
ไม่ใช่หนังดูสนุก แต่ทำให้เราได้ตระหนักว่าเหตุใด
ความรักจึงมีความสำคัญต่อชีวิตนัก

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

persona


สาวสวย สองคนที่มีความเป็นศิลปินสูง เธอทั้งสองมีความรักให้กัน อาศัยอยู่ด้วยกัน
แต่การอยู่ด้วยกันนั้นไม่ได้หมายความจะต้องเป็นคู่กันหรือเข้าใจกันเสมอไป
 "อลิซาเบธ" นักแสดงสาวผู้เข้ารับการรักษาและบำบัดอาการ "ปฏิเสธจะพูดกับทุกคน"
โดยมีนางพยาบาลสาว "อัลม่า" ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลคนไข้รายนี้
ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันในบ้านพักตากอากาศริมชายหาดอันเงียบสงบ

ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนค่อยๆ พัฒนาใกล้ชิดกันมากขึ้น แม้เกินครึ่งเรื่อง "อัลม่า"
จะเป็นฝ่ายพูดมากมายอยู่ฝ่ายเดียว โดยมี "อลิซาเบธ" นั่งฟังอย่างตั้งใจ
เธอทำเพียงสูบบุหรี่จิบวิสกี้ และฟังเรื่องราวต่างๆ
อย่างตั้งอกตั้งใจ
"อลิซาเบธ" นั้นเป็นฝ่ายรับรู้เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของพยาบาล
"อัลม่า" ที่เริ่มพูดสิ่งต่างๆ มากมายจนถึงเรื่องที่เป็น "ความลับ" ที่เธอเคยนอกใจคู่หมั้น
แอบมีสัมพันธ์กับชายอื่นด้วยรูปแบบเซ็กซ์หมู่ ... หลังพรั่งพรูความลับ เพราะความมึนเมา
"อลิซาเบธ" ที่ยังคงเงียบงัน มีเพียงการแสดงการปลอบใจทางสีหน้า อากัปกิริยา
แต่ลึกๆ เธอดูมีทีท่าสนใจในเรื่องราวและตัวตนของนางพยาบาลสาวนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
จนเริ่มต้นศึกษาอีกฝ่ายอย่างจริงจังเงียบๆ


เมื่อ "อัลม่า" ล่วงรู้ความจริงจากการแอบอ่านจดหมายที่ "อลิซาเบธ" ที่ดูเหมือน
จะหายเป็นปกติกับอาการไม่ยอมพูดคุยกับใคร แต่ใช้วิธีเขียนจดหมายหาสามีแทน
จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอกำลังเป็นเพียง "บุคคล" ที่ "อลิซาเบธ" กำลังเฝ้ามอง ศึกษา
ความโกรธไม่พอใจเสมือนถูกหลอกจึงตามติดก่อนที่หนังจะพาข้ามไปสู่ความซับซ้อน
ของตัวละครทั้งสองที่มีสภาพ "กลืนกิน" บุคลิก และจิตใต้สำนึกร่วมกัน
พูดง่ายๆ ทั้งคู่เสมือนแชร์ความคิด จิตใจ และจิตใต้สำนึกร่วมกัน
จนยากจะแยกแยะบุคลิกทั้งคู่ได้ชัดเจน


ในฉากท้ายๆ หนังทำเสมือนเป็นไปได้ทั้งสองคนเป็นผู้หญิงคนเดียวกัน
ที่มีจิตใจซับซ้อน ด้วยภาพการแบ่งครึ่งหน้าจอของผู้หญิงสองคน หนังพูดถึงประเด็น
และนำเสนออย่าง "นามธรรม" มากๆ เพื่อรองรับกับสภาพจิตใจ ความคิดของมนุษย์นั้น
ที่จริงแล้วมันวุ่นวาย ยุ่งเหยิง และเป็นเพียงสิ่งที่ลอยในอากาศ
6 นาทีแรกของการเปิดตัว Persona เป็นหนังทอมดี้ที่ใช้ภาพต่างๆ มากมายตัดต่อเข้ากัน
ทั้งม้วนฟิล์มภาพยนตร์การ์ตูน มือ ฉากขาว หนังตลกยุคหนังเงียบ แมงมุม แกะ 
เล็บ หิมะสีหม่น เด็กชาย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการตีความได้ต่างๆ
ผ่านการให้ภาพเชิงจินตนาการให้เราได้รู้สึกว่าบางสิ่งที่ผิดปกติกำลังตามมา
ในซีนถัดไป เบิร์กแมนใช้วิธีท้าทายกระตุ้นให้เราคิดในสิ่งที่เป็นนามธรรมเหล่านี้
สิ่งแวดล้อมอะไรที่ทำให้เกิดการเลียนแบบ และขยายลงลึกไปถึงห้วงจิต
ที่สามารถจะคิดได้เฉกเช่นคนที่เราเลียนบุคลิกภาพ ? ... แล้วทำไม
ต้องอยากเปลี่ยนบุคลิกไปเป็นอีกคนหนึ่ง? มีภาพยนตร์หลายเรื่อง
ที่สร้างแรงจูงใจให้ตัวละครตัวหนึ่งอยากจะเลียนแบบ หรือปรับเปลี่ยน
บุคลิกภาพไปเป็นอีกคนหนึ่งโดยให้แรงจูงใจผ่านประเด็น จิตวิทยา
และตัวละครเหล่านี้มักจะปรากฏในภาพยนตร์แนวเขย่าขวัญเป็นส่วนใหญ่
ตัวละครเหล่านี้ต่างก็มีจุดอ่อนหรือปมในตัว ไม่ว่าจะเป็นความผิดหวัง ความรักหรือ
หลงเสน่ห์ในอีกตัวละครหนึ่ง แต่ก้ำกึ่งระหว่างความรักกับความเกลียดอีกฝ่าย

 

หนังที่มีตัวละครหลักในตระกูลนี้ที่คุ้นกันดีอย่าง Single white female, Taking Lives,
The Talented Mr.Ripley และ Swimming Pool เป็นต้น แต่หากจะย้อนดูความคลาสสิค
ของภาพยนตร์แนวนี้ Persona ของผู้กำกับฯสวีเดนผู้ถูกขนานนามว่าทำหนังเรียบง่าย
ทุนไม่สูงแต่มีโครงเรื่องซับซ้อน "อิงมาร์ เบิร์กแมน" ทำหนังที่พูดประเด็นนี้ชัดเจนที่สุด
ผ่านโครงเรื่องเรียบๆ แต่สุดจะพาให้คนดูต้องคิดซับซ้อนว่าด้วยการสำรวจ
บุคลิกเชิงมิติของตัว ละครหลักสองคน
ขอขอบคุณ review จาก คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง โดย ติสตู tisto
มติชนรายวันวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11299

หนังอาร์ตมากๆ เล่าเรื่องด้วยภาพขาวดำ ... อินดี้สุดๆ
หาดูไม่ได้อีกแล้วหนังทอมดี้แนวนี้ เป็นหนัง Soundtrack มี sub thai

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Things you can tell just by looking her : 4 ผู้หญิงรักหาร 3


สายสืบ เคธี เฟเบอร์ (เอมี เบรนเนอร์แมน) ได้มาสืบสวนคดีฆาตกรรมที่บ้าน
ของคุณนายคาร์เมน (เอลพีเดีย คาร์ริโล) ก่อนที่จะพบว่าสาเหตุการณ์ตาย
ของเธอนั้นเกิดจากการฆ่าตัวตาย  ชีวิตของคาร์เมนเกี่ยวพันกับหญิงสาวหลาย ๆ คน
ดร. อีเลน คีเนอร์ (เกลน โคล้ส) ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลมารดาที่แก่เฒ่า
เธอแอบชอบเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่เคยโทรกลับหาเธอเลยเพราะความทรมาน
จากความรัก ทำให้อีเลนตัดสินใจจ้างคริสติน (คาลิสต้า ฟล็อคฮาร์ด)
หมอดูไพ่ยิปซี มาช่วยทำนายดวงชะตาให้เธอ


รีเบคก้า เวย์แมน (ฮอลลี่ ฮันเตอร์) เป็นผู้จัดการธนาคาร และเป็นคนรักของ
ชายที่แต่งงานแล้ว เธอพบว่าตัวเองตั้งท้องและไม่มั่นใจว่าจะเก็บเด็กในท้องดีหรือไม่
ระหว่างที่ตัดสินใจนี้เอง รีเบคก้า เผลอไปมีความสัมพันธ์กับผู้ช่วยผู้จัดการของเธอ
วอลเตอร์ (แมทท์ เครเวน) นอกจากนี้ยังไปมี ความสัมพันธ์กับผู้หญิงจรจัดคนหนึ่งด้วย


โรส (เคธี่ เบเคอร์) เป็นนักเขียนหนังสือเกี่ยวกับเด็กอนาคตไกล และเป็น
มารดาของ เจย์ (โนอาห์ ฟีซ)ลูกชายวัยสิบห้า เธอเริ่มต้นมิตรภาพกับเพื่อนบ้าน
คนใหม่ชื่อ อัล เบิร์ท (แดนนี่ วู้ดเบิร์น) ซึ่งเป็นคนแคระ
มิตรภาพนี้ต่อมาได้พัฒนากลายเป็นความรักอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี
เธอได้ซ่อนความรู้สึกนี้ ไม่ให้ลูกชาย ซึ่งมีพัฒนาการทางเพศเร็วเกินกว่า
ที่เธอคาดคิดได้รับรู้ ส่วนชีวิตของหญิงสาวที่ทำนายไพ่ให้กับอีเลนอย่าง คริสติน
ก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก เธอรักอยู่กับ ลิลลี่ (ไมก้า บูเร็ม) ซึ่งป่วยเป็นโรคร้ายและจะ
มีชีวิตอยู่อีกไม่นาน แม้ว่าจะมีความชำนาญในการทำนายชีวิตคนอื่น
แต่คริสตินกลับไม่สามารถปลอบประโลมตัวเองให้หายโศกจากการสูญเสียคนรักได้


สายสืบ เคธี เฟเบอร์ อาศัยอยู่กับน้องสาว แครอล (คาเมรอน ดิอ๊าซ)
ซึ่งเป็นครูสอนภาษาเบรลล์ที่ตาบอด แม้ว่าตาบอด แต่เธอก็มีเสน่ห์มัดใจ วอลเตอร์
ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคาร ทั้งสองพี่น้องได้ร่วมกันเดาถึงแรงจูงใจ
ที่ทำให้คาร์เมนฆ่าตัวตาย ซึ่งแครอลสรุปว่า เธอเป็นเพียงผู้หญิงสิ้นคิดหนึ่ง
ที่ฆ่าตัวตายเพื่อผู้ชาย เคธีเมื่อได้ฟังก็รู้สึกกังวลกับอารมณ์ขันที่ถากถางของน้องสาวมาก
แต่ในที่สุดก็พบว่า แท้จริงแล้วแครอลก็มีความเปราะบาง ไม่ต่างจากตัวคาร์เมนเลย

"เบื้องหลังประตูทุกบาน หน้าต่างทุกบาน และใบหน้าทุกใบหน้า มีเรื่องราวที่น่าสนใจ
และสะเทือนอารมณ์ซ่อนอยู่ เป็นเรื่องราวที่เหมือนกับเกิดในชีวิตจริงของเรา" 
ร้อดดริโก้ การ์เซีย

หนังทอมดี้ เรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของบางสิ่ง . . .
ที่คุณไม่สามารถบอกใครบางคนได้ด้วยเพียงแค่การมอง แต่ต้องสัมผัสด้วยหัวใจ
โดยมีเนื้อหาที่เชื่อมโยงถึงกัน 5 เรื่อง ที่เกิดขึ้นภายในชีวิตของคนแต่ละคน

หนังทอมดี้คุณภาพอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด มีรางวัล Sundance/NHK International Award
ที่เทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ เป็นประกัน